2006/Jan/13

ร่มญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า คาระคาซ่า ถ้าแปลตามตัวจะแปลว่า "ร่มจีน" แค่นี้ก็พอจะเดาออกว่าร่มญี่ปุ่นในอดีตนั้นนำเข้ามาจากประเทศจีนอย่างแน่นอน ซึ่งปัจจุบันจะยังเห็นภาพตามกำแพงของหลุมฝังศพก่อนประวัติศาสตร์จะมีรูปขุนนางติดตามด้วยคนรับใช้สองคนคอยถือร่มให้เจ้านายของตน หรือจะเป็นในนวนิยายของญี่ปุ่นก็ยังมีการบรรยายถึงร่มของเจ้านายแต่ละองค์ด้วย
จึงเห็นได้ว่าร่มในญี่ปุ่นนั้นเป็นอุปกรณ์สำคัญมากในชีวิตประจำวันของขุนนาง และคนญี่ปุ่นในยุคเก่า

ในสมัยก่อนร่มทำด้วยผ้า ซึ่งจะเป็นผ้าไหมซะส่วนใหญ่ และไม่สามารถหุบร่มมาเก็บไว้ได้
ซึ่งจะไม่ได้ใช้ร่มนี้กันแดดหรือฝน แต่กลับมีไว้เพื่อแสดงอำนาจและฐานะของขุนนางในสมัยนั้น
แม้แต่พระก็ยังต้องมีร่มไว้แสดงยศศักดิ์ ร่มบางคันก็จะมีตราประจำตระกูล ซึ่งญี่ปุ่นใช้สืบเนื่องกันมานานนับพันปี เมื่อญี่ปุ่นเวลาผ่านไปร่มญี่ปุ่นที่ไม่สามารถเปิดปิดได้ ก็ไม่เป็นที่นิยมใช้กันอีกต่อไป ในสมัยเอโดะ หรือโตเกียวเก่าได้มีการพัฒนาให้งดงาม ทำโดยช่างฝีมือ จนทำให้ร่มกันแดดกันฝนได้ดีขึ้น มีการนำร่มที่ทำด้วยผ้า หรือกระดาษมาชุบน้ำมัน เพื่อให้กันฝนได้ สีของร่มญี่ปุ่นในสมัยนั้นจะจัดจ้าน และยังมีน้ำหนักเบาอีกด้วย

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง มีการผลิตร่มขึ้นในรูปแบบอุตสาหกรรม จากผ้าและกระดาษ กลายเป็นร่มพลาสติกเน้นสีเข้ม และใช้กันอย่างแพร่หลาย จนกระทั่งร่มแบบญี่ปุ่นที่มีความงดงามสีจัดจ้าน หายไปจากท้องถนนญี่ปุ่นในวันฝนตก แต่กลับเห็นร่มสีดำจำนวนมาก พร้อมกับคนที่อยู่ในชุดสูทผูกเนคไทเดินกันขวักไขว่บนถนนญี่ปุ่นในวันฝนตก 

ส่วนภาพของร่มญี่ปุ่นที่ทำอย่างปราณีตกลับไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์แทนหรือเวลาไปดูคาบูกิ ก็จะเห็นนักแสดงถือร่มญี่ปุ่น และเดินอย่างเชื่องช้าสง่างามเข้ากับท่าทางการร่ายรำแบบญี่ปุ่น
ภาพของหญิงชาวญี่ปุ่นในชุดกิโมโนถือร่มญี่ปุ่นดูงดงามนั้นช่างหาชมได้ยากนักในปัจจุบัน

เครดิต เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับญี่ปุ่น

Comment

Comment:

Tweet