2006/Jan/13

Onigiri (โอะนิงิริ) คืออาหารญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมกันมาตั้งแต่โบราณ โดยการนำข้าวที่เพิ่งหุงเสร็จไว้ในมือแล้วใส่ไส้ไว้ตรงกลาง คนไทยก็คงจะคุ้นเคยกันดีสำหรับคนที่เคยดูการ์ตูนญี่ปุ่น
มักจะเห็นข้าวปั้นรูปสามเหลี่ยมและมีแผ่นสาหร่ายแปะอยู่ด้านนอก โอะนิงิริ นี้จริง ๆ แล้วสามารถทำได้หลากหลายรูปร่างไม่ว่าจะเป็นแบบ ก้อนสามเหลี่ยม, ก้อนกลม, รูปไข่ หรือรูปดอกไม้ ก็ได้
คนญี่ปุ่นนิยมนำ โอะนิงิริ ไปทานเมื่อไปปิคนิค หรือนำไปในวันแข่งกีฬา เพราะสามารถพบพาง่าย
และสามารถรับประทานโดยไม่ต้องใช้ตะเกียบ โดยจะนำไปใส่ในอาหารกล่องแบบญี่ปุ่น หรือที่เรียกกันว่า maku no uchi bento บางคนนำ โอะนิงิริ ไว้เป็นอาหารว่างสำหรับเด็ก หรือเป็นอาหารว่างยามเมื่อต้องอ่านหนังสือดึก ๆ

วิธีทำ คือ เริ่มจากการเอามือชุบน้ำเพื่อไม่ให้ข้าวติดมือเวลาปั้น และนำข้าวสวยญี่ปุ่นที่หุ่งเรียบร้อยแล้วมาผสมกับเกลือ งาคั่ว แล้วกดตรงกลางให้บุ่มเพื่อใส่ไส้ ไส้อาจจะเป็นอุเมะโบะชิ (บ๊วยดอง) ปลาโอ ไข่ปลา แล้วปั้นให้เป็นรูปร่างตามต้องการ หลังจากนั้นก็นำเอาแผ่นสาหร่ายมาห่อ จะห่อมิดทั้งก้อน หรือจะห่อแค่บางส่วนก็ได้ เป็นอันเสร็จพิธี การปั้นโอะนิงิริ สามารถเอาใส่ลงไปให้แม่พิมพ์ก็ได้เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และรูปร่างจะเหมือนกันทุกก้อน

เครดิต เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับญี่ปุ่น

2006/Jan/13

Tsukemono(ทสึเคโมโนะ) หรือ ผักดองแบบญี่ปุ่น เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนญี่ปุ่นหลังจากรับประทานอาหารอิ่มต้องตามด้วย Tsukemono หากไม่ได้กินถือว่ายังไม่ได้กินเต็มอิ่ม หน้าตาของผักดองญี่ปุ่นนั้นคล้าย ๆ กับกิมจิของคนเกาหลีแต่ว่าประเภทของผักที่นำมาหมักนั้นอาจจะแตกต่างกันบ้าง

Tsukemono ของญี่ปุ่นนั้นมีมากกว่า 4,000 ชนิด และมีวิธีปรุงกว่าร้อยวิธี แต่ส่วนใหญ่ที่นิยมกันได้แก่ หัวไชเท้า ผักกาดจีน ผักต่าง ๆ มะเขือ ขิง แตงกวา ลูกเกด ลูกพลับ (Umeboshi) เป็นต้น สำหรับรสชาติของผักดองญี่ปุ่นก็มีตั้งแต่ เปรี้ยว เค็ม เผ็ด แต่หากรับประทานผักดองมากไปก็อาจจะทำให้ความดันสูงได้เพราะมีส่วนผสมของเกลือเป็นส่วนมาก เนื่องจากเวลาหมักดองผักนั้นต้องใส่เกลือเผื่อให้เก็บไว้ได้นาน ถึงแม้จะล้างออกก็ยังคงมีเกลือตกค้างอยู่มาก แต่ Tsukemono ที่ซื้อตามร้านทั่วไปมีการควบคุมระดับของเกลือไม่ให้สูงเกินไปด้วย เสน่ห์ของ Tsukemono อยู่ที่ความสด ไม่เหมือนกับกินของดองทั่ว ๆ ไป เพราะว่ามีความกรอบเหมือนกินผักสด ๆ เวลากินจะมีเสียงกร้วม ๆ ของความกรอบ ยิ่งกินในช่วงฤดูหนาวก็ยิ่งดีกับร่างกายเพราะช่วยให้ร่างกายอบอุ่น สู้กับอากาศหนาวได้ดี หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงญี่ปุ่นประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร แม่บ้านชาวญี่ปุ่นในยุคนั้นต้องทำผักดองให้กินในบ้าน หลังจากนั้นคนญี่ปุ่นรุ่นหลัง ๆ ก็ได้คลุกคลีมากับ Tsukemono มาตลอดและเมื่อได้กิน Tsukemono ก็เปรียบเสมือนว่าได้กินอาหารที่แม่ทำให้กิน หรืออาหารของคุณแม่นั่นเอง จึงขาดไม่ได้เลยสักมื้อ แต่ปัจจุบันก็มีขายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปมากมายหลากหลายยี่ห้อ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นหลาย ๆ คนก็มักจะพกติดกระเป๋าเดินทางมาด้วย ส่วนใหญ่ที่นำมาด้วยก็คงจะเป็น ลูกพลับ หรือ Umeboshi(อุเมะโบะชิ)เพราะสะดวกในการรับประทานและรสชาติอร่อย เพื่อนชาวญี่ปุ่นบอกว่าทาน Umeboshi ตอนเช้า ๆ ทำให้เจริญอาหาร และแก้อาการเมาค้างได้ดีที่สุด..

เครดิต เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับญี่ปุ่น

2006/Jan/13

ร่มญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า คาระคาซ่า ถ้าแปลตามตัวจะแปลว่า "ร่มจีน" แค่นี้ก็พอจะเดาออกว่าร่มญี่ปุ่นในอดีตนั้นนำเข้ามาจากประเทศจีนอย่างแน่นอน ซึ่งปัจจุบันจะยังเห็นภาพตามกำแพงของหลุมฝังศพก่อนประวัติศาสตร์จะมีรูปขุนนางติดตามด้วยคนรับใช้สองคนคอยถือร่มให้เจ้านายของตน หรือจะเป็นในนวนิยายของญี่ปุ่นก็ยังมีการบรรยายถึงร่มของเจ้านายแต่ละองค์ด้วย
จึงเห็นได้ว่าร่มในญี่ปุ่นนั้นเป็นอุปกรณ์สำคัญมากในชีวิตประจำวันของขุนนาง และคนญี่ปุ่นในยุคเก่า

ในสมัยก่อนร่มทำด้วยผ้า ซึ่งจะเป็นผ้าไหมซะส่วนใหญ่ และไม่สามารถหุบร่มมาเก็บไว้ได้
ซึ่งจะไม่ได้ใช้ร่มนี้กันแดดหรือฝน แต่กลับมีไว้เพื่อแสดงอำนาจและฐานะของขุนนางในสมัยนั้น
แม้แต่พระก็ยังต้องมีร่มไว้แสดงยศศักดิ์ ร่มบางคันก็จะมีตราประจำตระกูล ซึ่งญี่ปุ่นใช้สืบเนื่องกันมานานนับพันปี เมื่อญี่ปุ่นเวลาผ่านไปร่มญี่ปุ่นที่ไม่สามารถเปิดปิดได้ ก็ไม่เป็นที่นิยมใช้กันอีกต่อไป ในสมัยเอโดะ หรือโตเกียวเก่าได้มีการพัฒนาให้งดงาม ทำโดยช่างฝีมือ จนทำให้ร่มกันแดดกันฝนได้ดีขึ้น มีการนำร่มที่ทำด้วยผ้า หรือกระดาษมาชุบน้ำมัน เพื่อให้กันฝนได้ สีของร่มญี่ปุ่นในสมัยนั้นจะจัดจ้าน และยังมีน้ำหนักเบาอีกด้วย

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง มีการผลิตร่มขึ้นในรูปแบบอุตสาหกรรม จากผ้าและกระดาษ กลายเป็นร่มพลาสติกเน้นสีเข้ม และใช้กันอย่างแพร่หลาย จนกระทั่งร่มแบบญี่ปุ่นที่มีความงดงามสีจัดจ้าน หายไปจากท้องถนนญี่ปุ่นในวันฝนตก แต่กลับเห็นร่มสีดำจำนวนมาก พร้อมกับคนที่อยู่ในชุดสูทผูกเนคไทเดินกันขวักไขว่บนถนนญี่ปุ่นในวันฝนตก 

ส่วนภาพของร่มญี่ปุ่นที่ทำอย่างปราณีตกลับไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์แทนหรือเวลาไปดูคาบูกิ ก็จะเห็นนักแสดงถือร่มญี่ปุ่น และเดินอย่างเชื่องช้าสง่างามเข้ากับท่าทางการร่ายรำแบบญี่ปุ่น
ภาพของหญิงชาวญี่ปุ่นในชุดกิโมโนถือร่มญี่ปุ่นดูงดงามนั้นช่างหาชมได้ยากนักในปัจจุบัน

เครดิต เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับญี่ปุ่น